
.png)
Fallen Ages of Varnhem Realm


''พอเถอะ หยุดเถอะ ขอร้องล่ะ!!''
ควันไฟจากนิฟล์เฮมลอยสูงขึ้นฟ้า เถ้าธุลีดำพัดเข้าดินแดนที่เคยเต็มไปด้วยสีเขียวขจี อัลจาร์รานาห์ประกาศปิดเมืองเพื่อปกป้องแหล่งความรู้ของดินแดน แทบไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่ในคากราเซีย เสียงร่ำไห้ของประชาชนดังระงม ร่วมสวดอ้อนวอนต่อเทพเจ้า ไถ่ถามอย่างสิ้นหวัง เมื่อไหร่สงครามจะจบลง เมื่อไหร่ความสงบสุขจะมาเยือน
ทำไมแวมไพร์ยังไม่หายไปจากวาร์นเฮม เผ่าพันธุ์แห่งความชั่วร้ายที่เอาแต่เบียดเบียนชีวิตอื่น สมควรถูกกำจัดแล้ว แต่ทำไมถึงกำจัดไปไม่หมดเสียที ศาสนจักรมัวทำอะไรอยู่ กิลด์ทำอะไรอยู่!
ลำแสงปริศนาที่ส่องสว่างจากรังการ์เวลลิร์แปรเปลี่ยนเป็นเหมือนพายุลูกใหญ่จนสามารถมองเห็นได้จากทั่วทุกสารทิศ เมืองหลวงเมลันแทคยังคงต้องการ 'ผู้กล้า' มาเข้าร่วมสงครามเพื่อปกป้องมาตุภูมิ ไม่จำกัดอาชีพ ความสามารถ หรือเผ่าพันธุ์ ทั้งยังส่งประกาศจากกิลด์ออกไปเกี่ยวกับการกวาดล้างแวมไพร์ในต่างแดน
ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ไม่มียกเว้น!
ศาสนจักรได้ส่งนักบวชระดับสูงหรือ 'มือปราบ' ออกไปประจำการตามเมืองต่าง ๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชน รวมถึงทำหน้าที่กำจัดแวมไพร์เมื่อพบเห็น
‘ห้วงเวลาสีทอง’ เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ ทางศาสนจักรทำการปิดประตูไม่ให้ใครเข้าได้ชั่วคราว แต่เห็นมีข่าวลือมาว่านาฬิกาทรายขนาดใหญ่กำลังเดินย้อนกลับ ทรายค่อย ๆ ไหลกลับขึ้นข้างบน
ข่าวการเคลื่อนไหวจากคาร์เวนยังคงเงียบ ทางกิลด์ประกาศไม่รับประกันว่าความรุนแรงจากสงครามจะไม่ส่งผลกระทบไปยังผู้เพิกเฉย และบรูวิกปฏิเสธที่จะไม่เข้าร่วมสงครามในครั้งนี้อย่างชัดเจน แถมยังประกาศให้ความช่วยเหลือแวมไพร์ลี้ภัย จนศาสนจักรต้องส่งคนเดินทางไป 'พูดคุย' อย่างใกล้ชิด