top of page
Concrete Wall
Group 5.png

กิ่งไม้ขาวชูก้านรับน้ำค้าง

ทว่าใบของมันกลับแห้งกรอบ

เหี่ยวเฉา ร่วงหล่น

โคลนตมสีดำครอบคลุมผืนดิน

แผ่ขยายกลืนกินทุกสิ่งอย่าง

ไม่เว้นแม้แต่ผู้ที่สร้างมันขึ้นมา

 

 

 

 

คงยากจะยอมรับกับบางสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

เชื่อหรือไม่นั้นไม่ใช่บทสรุปของเหตุการณ์

สับสน โกรธ รังเกียจ ไร้ความสนใจ

กล้าพอที่จะเผชิญหน้าหรือไม่

หรืออยากเพิกเฉยแล้วเดินจากไป

น่าเสียดายที่ไม่มีเวลาให้ตัดสินใจแล้ว

หนองน้ำสีหมอกแห่งจอร์ก้า

กอร์กะ หรือจอร์ก้า ไม่ใช่เมืองใหญ่ที่มีแหล่งท่องเที่ยวหรือสัญลักษณ์ดึงดูดให้เข้าชม เป็นเพียงหมู่บ้านขนาดใหญ่ที่ผู้คนต่างเข้าใจว่าเป็นจุดแวะพักระหว่างทาง บ้านว่างจำนวนมากมีไว้ให้นักผจญภัยเช่าอาศัยชั่วคราว ผู้ปกครองจอร์ก้าก็เป็นเพียงแอนเธอเรี่ยนชราผู้รักสงบ จอร์ก้าตั้งอยู่ใกล้แหล่งน้ำมากมาย ทั้งมหาสมุทร ทะเลสาบ หนองบึง บ่อโคลน และมักมีหมอกเกิดขึ้นบ่อยครั้ง นักผจญภัยที่ไม่สามารถเดินทางผ่านหมอกได้มักจะแวะพักในหมู่บ้าน เฝ้ารอจนกว่าหมอกจะจางลง

ประชากรดั้งเดิมของจอร์ก้ามีน้อยเมื่อเทียบกับขนาดของหมู่บ้าน แต่พวกเขาก็ไม่ได้โยกย้ายไปรวมอยู่ในจุดใดจุดหนึ่ง ยังเลือกอาศัยอยู่แบบกระจัดกระจายทั่วหมู่บ้าน ปลีกวิเวก ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากพบเห็นร้านค้าตั้งโดดเดี่ยวกลางตลาดร้าง พบเห็นบ้านว่างเปล่าเรียงรายไม่มีคนอาศัยอยู่แม้จะเป็นพื้นที่กลางเมือง พบเกวียนขายผักผลไม้ขับวนไปมาตามท้องถนน พบโบสถ์ที่ตั้งห่างไกล หรือมีร้านเหล้าเปิดในบริเวณที่มีหมอกปกคลุมเป็นระยะ สำหรับชาวพื้นเมืองคงคุ้นชิน แต่ในมุมมองของนักท่องเที่ยวอาจรู้สึกว่ามันน่ากลัวอยู่บ้าง บางครั้งก็มีข่าวลือเกี่ยวกับหมู่บ้านวิญญาณหลอนแพร่สะพัดออกไปเล็กน้อย

จอร์ก้ามีภาษาพูดและเขียนเป็นของตัวเองเรียกว่า 'อักษรอิมป์' ตามป้ายบอกทาง หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น หนังสือเพื่อการศึกษาต่างเต็มไปด้วยอักษรอิมป์ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนใช้ภาษากลางอยู่บ้าง นักผจญภัยสามารถหาล่ามแปลภาษาได้ที่กิลด์นักสำรวจสาขาย่อยที่ตั้งอยู่กลางเมือง หรือขอซื้อม้วนตัวอย่างอักษรมาแปลข้อความด้วยตัวเอง

จอร์ก้ามีแหล่งรับชมธรรมชาติที่งดงามอยู่มากมายหลายจุด มีทั้งทางเดินผ่านหนองน้ำใหญ่ทางทิศใต้ ทุ่งหญ้ากว้างและฟาร์มสัตว์ทางทิศเหนือ หากวันไหนหมอกน้อยสามารถเดินไปรับชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผาสูงทางทิศตะวันออก สามารถมองเห็นทะเลและเกาะเอสเปลลาจากที่ไกล ๆ ช่วงอาทิตย์ขึ้นน้ำทะเลบริเวณนั้นจะส่องสว่างเป็นประกายระยิบระยับ และไม่ต้องห่วงว่าจะเผลอเดินตกลงไปข้างล่าง ตามผาหรือพื้นที่อันตรายส่วนใหญ่จะมีรั้วสีขาวขวางกั้น ถ้าไม่เมาหรือสายตาแย่จนเกินไปยังไงก็มองเห็น 

บ้านว่างจำนวนมากพร้อมให้บริการโดยสามารถไปยื่นขอรับกุญแจและชำระเงินได้ที่อาคารกลางของหมู่บ้าน ซึ่งดูแลโดยเวเดอร์ปีกขาว

Illustration445484.png

ดาวน์โหลดฟอนต์ไปใช้งานได้โดยคลิ๊กตัวอักษรข้างบน

โบสถ์ในหมู่บ้านมีทั้งหมดสามแห่ง โบสถ์สีทรายตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก โบสถ์สีน้ำเงินตั้งอยู่ทางทิศเหนือ และโบสถ์สีขาวตั้งอยู่กลางหมู่บ้าน แต่ปัจจุบันเปิดใช้งานเพียงโบสถ์สีขาวเท่านั้นที่เหลือปิดปรับปรุง นอกจากนั้นในจอร์ก้ายังมีโรงเตี๊ยมหลายแห่งเปิดให้บริการสำหรับคนที่ไม่อยากเช่าบ้าน มีอาหาร เครื่องดื่ม ผู้ดูแลส่วนตัว หรือกระทั่งโต๊ะพนัน ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยออกนอกอาคารหลังพระอาทิตย์ตกดินเพราะหมอกลงหนา อากาศเย็น รวมถึงสัตว์ประหลาดตามหนองน้ำใกล้เคียงที่มักออกหากินตอนกลางคืน

ถึงจอร์ก้าจะไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว แต่ก็เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การนัดพบหรือแลกเปลี่ยนสิ่งของอย่างลับ ๆ พ่อค้าตลาดมืดบางคนอาศัยที่นี่ในการโอนย้ายข้าวของ ชาวบ้านส่วนมากรู้ว่ามีเหตุการณ์แบบนี้แต่ไม่ได้ใส่ใจเป็นพิเศษ แม้จะเป็นอัศวินที่ถูกส่งมาเฝ้าดูแลความเรียบร้อยก็เข้าไปยุ่งอะไรมากไม่ได้ เพราะถือเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้โดยไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้าน เว้นแต่บางอย่างที่ร้ายแรงและผิดกฎสังคมเช่นการค้าทาสหรือค้าศพต่างเผ่าพันธุ์ การฆ่าชีวิตอย่างโจ่งแจ้งก็ถือว่ามีความผิด แต่การหายสาบสูญไม่ใช่สิ่งที่ต้องตื่นตัว ในหมู่บ้านที่มีหมอกลงจัด การหลงทางถือเป็นเรื่องปกติ แม้ว่าบางชีวิตจะหลงทางหายจากบ้านไปหลายสิบปีแล้วก็ตาม

การเดินทางสู่จอร์ก้าไม่ใช่เรื่องยาก แค่อาจใช้เวลานานกว่าจะหาเส้นทางที่ถูกต้องเจอ ป้ายบอกทางส่วนมากเป็นภาษาเฉพาะ ใครที่ไม่เคยพบเห็นจะต้องตีความและคาดเดาเอาเอง บางทีป้ายพาไปยังบ่อน้ำใหญ่ พาไปยังทางตันที่ต้องปีนขึ้นผา หรือพาวนกลับมาที่เดิม หากไม่จ้างคนพื้นที่ที่เมืองใกล้เคียงมาก่อนมีโอกาสหลงทางสูงมาก จอร์ก้ามีหมอกหนาปกคลุมอยู่เสมอ แม้จะโดยสารด้วยพาหนะบินได้ในตอนกลางวันก็ยากจะมองเห็นพื้นดินได้ชัด 

 

ว่ากันว่าที่หมู่บ้านชีบานมีนักนำทางคอยรับจ้างอยู่ตลอด แถมมีโคมไฟฝ่าหมอกขาย อาจติดต่อขอซื้อได้ที่นั่น

ehvuebvevbebue.png.jpg
anna-hunko-Ht1SoKbbnWo-unsplash.jpg

ไม่มีการจองที่พักล่วงหน้า ไม่มีใครมาต้อนรับ หมู่บ้านจอร์ก้าเงียบสงบ

แม้จะเดินทางมาตามนัดหมาย แต่ก็ไม่พบจุดรวมตัวที่โดดเด่นสักแห่ง

เว้นแต่หน้ากระดานข่าวกลางหมู่บ้านจะมีกระดาษแผ่นหนึ่งติดไว้

'จากวานาไฮม์สู่จอร์ก้า บางสิ่งรอพวกท่านอยู่ที่โบสถ์สีทราย'

สำหรับตัวละคร

  • ตัวละครสามารถเดินทางมายังจอร์ก้าได้ตามวันเวลาที่สะดวก สามารถมาก่อนกำหนดการเป็นอาทิตย์ได้

  • ตัวละครยังมีความทรงจำเกี่ยวกับตัวเอง สามารถจดจำชื่อและเรื่องราวต่าง ๆ ของตัวเองได้ ไม่ได้พบเหตุการณ์สูญเสียความทรงจำแต่อย่างใด

  • ทุกตัวละครยังมี 'ตราประทับรูปดอกคอสมอสดำ' อยู่บนร่างกายเหมือนเดิม

    • ตราประทับไม่สามารถถอนได้ด้วยเวทมนตร์​ ไม่สามารถปกปิดด้วยเวทมนตร์ลวงตาได้

    • ตราประทับไม่เกิดการลุกลามใด ๆ แม้จะอยู่ห่างเรือนจำเอสเปลลา

  • ตัวละครสามารถเลือกเข้าพักได้ตามสะดวก ขอแค่อยู่ในจอร์ก้า

  • สำหรับตัวละครที่ไม่มีความสนใจเดินทางมายังจอร์ก้า หรือไม่เข้าร่วมกิจกรรม ในทางระบบตัวละครจะถูกตัดสิทธิ์การเข้าร่วมอีเว้นท์หลักในครั้งต่อไป

  • เมื่อมาถึงโบสถ์สีทราย ตัวละครจะพบหญิงสาวผมสีชมพูนั่งรอทุกคนอยู่

    • สามารถพูดคุยกับเธอเพื่อทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือสอบถามเรื่องราวได้ตามสะดวก

      • โดยกำหนดวันเวลาพูดคุยคือวันที่ 20 กันยายน เป็นต้นไป

    • หลังจากนั้นเธอจะให้ตัวละครจับกลุ่ม เพื่อช่วยกันทำภารกิจเสี่ยงอันตรายในวันที่ 23 กันยายน A.D. 2139

    • โดยมีรายละเอียดคร่าว ๆ คือตามหาของ และนำบางอย่างไปไว้ใน 'ดันเจี้ยนหมอกลวงตา'

สำหรับผู้เล่น

  • ระยะเวลากิจกรรม : 10 พฤษภาคม - 24 พฤษภาคม 2566  (ระยะเวลา 15 วัน)

  • ระยะเวลาในโลกคอมมู : 5 วัน

  • วันสุดท้ายที่สามารถปลดล็อคข้อมูลที่เกี่ยวข้อง : 24 พฤษภาคม เวลา 23.59 น.​

  • เวลาทำการระบบ : 17.00 - 02.00 น. (GMT+7)

  • สามารถทำการโรลเพลย์เพื่อสอบถามสถานการณ์กับ NPC ได้โดยระบุชื่อสถานที่ และติดแท็ก @FAVR_NPC

  • สามารถเลือกที่จะเพิกเฉยต่อสถานการณ์หลักและเลือกที่จะสำรวจพื้นที่นอกเหนือภารกิจได้ แต่ไม่สามารถออกจากเมืองได้ 

    • หากตัวละครไม่มีการเคลื่อนไหวในอีเว้นท์มากกว่า 50% จะถือว่าหลุดออกจากสถานการณ์หลัก ส่งผลให้ไม่สามารถเข้าร่วมอีเว้นท์หลักในครั้งต่อไปได้​

  • การจับทีมสำหรับทำภารกิจ สามารถทำได้ทั้งแจ้งชื่อสมาชิกทีมกับระบบ หรือรับสมัครสมาชิกได้ในทวิตประกาศ

    • จำนวนสมาชิกทีมไม่ต่ำกว่า 3 คน

    • เมื่อแจ้งสมาชิกทีมแล้ว จะมีการเปิดป้ายสุ่มรับทรัพยากรเพิ่มเติมสำหรับการทำภารกิจ (1 ทีมต่อ 1 ป้าย)

    • โดยอุปกรณ์และของใช้ทั้งหมดที่ได้รับ จะใช้ได้ในภารกิจนี้เท่านั้น ยกเว้นบางส่วนที่สามารถเก็บกลับไปได้เช่น ยาฟื้นฟู

    • หากตัวละครมีอุปกรณ์อื่นติดตัว สามารถนำมาใช้งานได้เช่นกัน แต่ต้องแจ้งกับระบบก่อน

  • เปิดป้ายรับสถานการณ์แบบสุ่ม มีทั้งดี ทั้งปกติ และเลวร้าย (สำหรับทีม)

    • ทุกการขึ้นวันใหม่ (ทุก 3 วันในโลกจริง) ทีมส่งตัวแทนมาขอเปิดแผ่นป้ายเพื่อรับสถานการณ์​ หรือเพิกเฉยได้ มีทั้งบังคับโรลเพลย์ แก้ไขปริศนาภายในเวลาที่กำหนด ได้รับไอเทม หรือกระทั่งการปลดล็อคข้อมูลสำคัญ

    • สามารถแลกแผ่นป้ายกับทีมอื่นก่อนเปิดได้

    • อาจมีค่า Luk มาเกี่ยวข้องในการสุ่ม

  • รบกวนติดแท็กกิจกรรม #FAVR_Misty เพื่อสะดวกในการติดตามข่าวสารและการเปิดโรลเพลย์

ระบบดันเจี้นและการสำรวจ

  • ดันเจี้ยนจะยังไม่เปิดในทันที จนกว่าจะถึงเวลาหรือมีทีมใดสามารถหาเงื่อนไขการเข้าได้ (สามารถสอบถามได้จาก NPC ภายในเมืองหรือมีอา) ก่อนหน้านั้นตัวละครยังมีเวลาจับกลุ่ม เตรียมตัว หาข้อมูลและสำรวจเมืองทั้งหมดได้อย่างอิสระ

  • ตัวละครสามารพบเจอไอเทม และเก็บสิ่งของในดันเจี้ยนไว้กับตัวได้ ยกเว้นบางอย่างที่ระบบแจ้งว่าใช้ได้ในภารกิจนี้เท่านั้น

  • >>ดันเจี้ยนหมอกลวงตา<< (ปลดล็อคอัตโนมัติในวันที่ 16 พ.ค.)​

  • ทุกการสำรวจแต่ละครั้งเมื่อเลือกตรวจสอบกับระบบ จะได้รับคำตอบระบุข้อมูลอย่างคร่าว ๆ โดยไม่มีการโรลเพลย์ เว้นแต่จะเป็นการสอบถามข้อมูลกับ NPC

ระบบการต่อสู้

  • ระบบการต่อสู้เป็นแบบเทิร์นเบส (Turn Base) โดยจำกัดหนึ่งเทิร์นสามารถโจมตีได้เพียง 2 ตัวละครเท่านั้น

    • ทีมสามารถเลือกตัวละครไหนออกมาโจมตีก็ได้

    • ส่วนคนที่ไม่ได้โจมตีสามารถเลือกแอคชั่นหลบหลีกหรือใช้งานไอเทมได้

    • เมื่อเป็นฝ่ายถูกโจมตี ระบบจะสุ่มโจมตีเพียง 1 ตัวละครโดยวิธีทอยเต๋า

    • มอนสเตอร์บางชนิดโจมตีเป็นวงกว้าง สามารถโดนโจมตีได้ทุกคน โดยเฉลี่ยความรุนแรงเท่า ๆ กัน

  • ในดันเจี้ยนตัวละครจะมีค่าพลังชีวิต พลังโจมตี ความว่องไว และโชคดี โดยคำนวนจากค่าสมรรถนะที่มีของตัวละคร

    • พลังชีวิตจะมีค่า 20 ต่อ 1 VIT​

    • พลังโจมตีจะมีค่า 10 ต่อ 1 STR

    • ทักษะหลบหลีกจะมีค่า 5 ต่อ 1 AGI

      • การหลบหลีกจะหักลบจากพลังโจมตีของมอนสเตอร์ หากมอนสเตอร์โจมตี 20 ตัวละครมีค่าหลบหลีก 10 จะได้รับความเสียหาย 10 หรือถ้าตัวละครมีค่าหลบหลีกมากว่าจะถือว่าหลบหลีกสำเร็จ

    • โชคดีของตัวละครจะมีค่า 5 ต่อ 1 LUK

      • ค่าโชคดีสามารถช่วยเสริมพลังโจมตี การหลบหลีก หรือลดโอกาสได้รับการโจมตีของตัวละครได้​

      • สามารถใช้ได้ 2 ครั้งต่อการต่อสู้ 1 ครั้ง

      • เช่น ตัวละครมีค่า LUK 2 เลือกจะเสริมทักษะหลบหลีกในเทิร์นปัจจุบัน ค่าหลบหลีกก็จะบวกเพิ่ม 10 ทันทีและจะไม่หายไปจนกว่าจะได้ใช้งาน

      • ไม่สามารถทับซ้อนได้

  • ทุกการต่อสู้แต่ละครั้ง ตัวละครจะสามารถโจมตีได้ไม่เกิน 3 เทิร์น หากต้องการโจมตีเพิ่มสามารถใช้ยาฟื้นฟูพลังเวทได้

    • ยาฟื้นฟูพลังเวทมีแจกจากป้ายสุ่มทรัพยากร​

    • ระดับต่ำเพิ่มจำนวนการโจมตี +1 ระดับกลาง +2 ระดับสูง +3

  • ทุกการใช้งานไอเทม ไม่ว่าจะฟื้นฟูพลังชีวิตหรือเพิ่มจำนวนการโจมตี ใช้ไอเทมให้เพื่อนหรือใช้ให้ตนเอง จะถือว่าตัวละครจบเทิร์นนั้นทันที สามารถออกแอคชั่นใหม่ได้ในเทิร์นถัดไป

  • เมื่อพลังชีวิตเหลือ 0 จะถือว่าตัวละครเสียชีวิต

  • รายละเอียดการต่อสู่เพิ่มเติม ข้อมูลไอเทมสำหรับต่อสู้ ข้อมูลมอนสเตอร์จะมาพร้อมดันเจี้ยน

  • อาจมีการปรับเปลี่ยนจำนวนแทนค่าสมรรถนะหลังทำการเทสระบบเรียบร้อยแล้ว

ระบบสื่อสาร 

ในการสุ่มทรัพยากร ทีมอาจได้รับเครื่องมือที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยกิลด์ผู้วิเศษ มีความสามารถในการส่งข้อความเสียงสั้น ๆ ผ่าน 'คอร์' ในระยะที่จำกัด มีความจำเป็นต้องใช้ในระหว่างการสำรวจดันเจี้ยนหรือแจ้งข่าวเมื่อพบบางอย่างที่อาจเชื่อมโยงถึงกัน

ระบบเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

ในบางครั้งจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นที่สามารถส่งผลกระทบถึงตัวละครทุกคนโดยสุ่มวันเวลาจากระบบ เมื่อระบบแจ้งเหตุการณ์ให้ผู้เล่นส่งตัวแทนมาทอยเต๋ารับระดับความวิกฤตของสถานการณ์

  • 0 - 30 : วิกฤตน้อย

  • 31-  60 : วิกฤตปานกลาง

  • 61 - 90 : วิกฤตค่อนข้างมาก

  • 91 - 100 : วิกฤตร้ายแรง

ทั้งนี้ทั้งนั้น จะไม่มีเหตุการณ์ใดที่ทำให้ตัวละครต้องตายจากระบบ อัตราการวิกฤตหมายถึงการบาดเจ็บ โดนโจมตี ทรัพยากรหาย ถูกขโมย หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงของสถานที่ ฯลฯ

©2023 FAVR Community. Proudly created with Wix.com

By coffee and passion for slowlife community

bottom of page